แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โพสต์โดย:นาย ไพศาล โออินทร์ ID : 5131601441 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ โพสต์โดย:นาย ไพศาล โออินทร์ ID : 5131601441 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2551

ตร.บอก"เสียใจ"เกิดเหตุยิง2นศ.รามฯ เชื่อเหตุจากการเมือง นศ.แนวร่วมพันธมิตรนัดชุมนุมเคลื่อนขบวนบีบสตช.

นศ.แนวร่วมพธม.จะเคลื่อนขบวนบีบตร. เร่งหา"มือปืน" หลังคนร้ายซุ่มยิง 2 นศ.ราม ขณะเดินเท้าบุกบ้าน"สมัคร" ตร.บอก"เสียใจ" เชื่อเหตุจากประเด็นทางการเมือง ด้านแกนนำนศ.รามฯ บีบหาตัวคนร้ายใน 2 สัปดาห์
ตร.เชื่อเหตุยิงนศ.รามฯ มาจากประเด็นทางการเมือง

พ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญแสง ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวเมื่อวันที่ 5 ส.ค.ถึงถึงความคืบหน้าคดีนักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกคนร้ายยิงได้รับบาดเจ็บ 2 ราย บริเวณการเคหะคลองจั่น ระหว่างเคลื่อนขบวนไปไปชุมนุมหน้าบ้านนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ว่า ตำรวจกำลังสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งตนจะไปตรวจสอบจุดที่เกิดเหตุอีกครั้ง

พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่พยานระบุว่าเห็นหน้าคนร้ายนั้น จากการสอบสวนพบว่า พยานมองเห็นหน้าคนร้ายผ่านกระจกหมวกกันน็อก ทำให้มอบเห็นได้ไม่ชัดเจน ส่วนรถจักรยานยนต์ของคนร้ายนั้น มีกระดาษปิดหมายเลขทะเบียนไว้ ทำให้ตำรวจสืบสวนจากพยานได้ลำบาก ดังนั้น จึงต้องสืบหาพยานแวดล้อมที่ใกล้จุดเกิดเหตุแทน

"คาดว่าประเด็นการยิงปืนใส่กลุ่มนักศึกษษา น่าจะมีคนบางกลุ่มเกิดความไม่พอใจ ที่กลุ่มนักศึกษาออกมาเรียกร้องทางการเมือง โดยการเดินประท้วง และหาแนวร่วมทางการเมืองเพิ่มขึ้น จึงได้วางแผนมาซุ่มยิงดังกล่าว" พ.ต.อ.สมศักดิ์ กล่าว

นศ.แนวร่วมพธม.จะเคลื่อนขบวนบีบตร. เร่งหา"มือปืน"

ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 5 ก.ย.ว่า จากกรณีที่นักศึกษามหาวิทยาลับรามคำแพง 2 คน ถูกคนร้ายลอบยิงได้รับบาดเจ็บ ระหว่างรวมกลุ่มเคลื่อนขบวนไปบ้านของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี เพื่อกดดันให้นายสมัครลาออกนั้น เวลา 14.00 น. กลุ่มนิสิตนักศึกษาเพื่อประชาธิปไตยได้นัดตัวรวมกันที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน เพื่อเคลื่อนขบวนไปสำนักงานตำรวจแห่งขาติ โดยมีจุดประสงค์เพื่อกดดันให้ตำรวจเร่งหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี

ตร.บอก"เสียใจ" นศ.รามฯ บีบหาตัวคนร้ายใน2สัปดาห์

พ.ต.อ.สมศักดิ์ บุญแสง ผกก.สน.ลาดพร้าว กล่าวเมื่อเช้าวันที่ 5 ก.ย.ถึงเหตุการณที่นักศึกษามหาวิทยาลัยรามคำแหงถูกคนร้ายยิงใส่ ระหว่างเคลื่อนขบวนไปประท้วงนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ที่บ้าน ย่านถนนวมินทร์ ว่า ตำรวจเสียใจกับเหตุการณ์นี้ที่เกิดขึ้น และจะติดตามหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด ส่วนกรณีที่นักศึกษายกเลิกการเดินขบวนนั้น ตำรวจได้ประสานไปยังรถร่วมขสมก.จำนวน 2 คัน เพื่อให้นักศึกษาโดยสารกลับมหาวิทยาลัยรามคำแหง

ด้านแกนนำกลุ่มนักศึกษา กล่าวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ต้องหาตัวคนร้ายให้ได้ภายใน 2 สัปดาห์ หากไม่สามารถทำได้ นักศึกษาจะกลับมาชุมนุมอีกที่ สน.ลาดพร้าว นอกจากนี้ วันที่ 6 ส.ค.นี้ เวลา 14.00 น. จะต้องมีการหารือเรื่องนี้ที่ห้องประชุมพ่อขุนรามคำแหง เพื่อร่วมกำหนดจุดยืนและแนวทางการดำเนินการต่อไป

คนร้ายซุ่มยิง 2 นศ.ราม ขณะเดินเท้าบุกบ้าน"สมัคร"

พล.ต.ต.วิมล เปาอินทร์ ผบก.นครบาล 4 เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก สน.ลาดพร้าวว่า กลุ่มนักศึกษารามคำแห่งกว่า 100 คน รวมกันที่หน้ามหาวิทยาลัยรามคำแหงเมื่อช่วงหัวค่ำ ก่อนเดินเท้าไปที่หมู่บ้านโอฬาร ซอยนวมินทร์ 81 ซึ่งเป็นบ้านพักของนายสมัคร เพื่อประท้วงและเรียกร้องให้นายสมัครลาออก แต่ปรากฏว่า เมื่อเวลาประมาณ 20.13 น. ระหว่างทางที่บริเวณซอยนวมินทร์ 17 ซึ่งเป็นที่มืด ปรากฏว่า มีคนร้ายขับขี่รถจักรยานยนต์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนใช้อาวุธปืนยิงเข้าไปยังกลุ่มนักศึกษา และมีนักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 2 คน คือนายอภิชาติ นาคฤิทธิ์ อายุ 22 ปี ถูกยิงที่ข้อศอกซ้ายฝังใน และนายอนุศักดิ์ เศียรอรุณ อายุ 22 ปี ถูกยิงที่ต้นขาขวาฝังใน ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลศรีสยาม ด้าน พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ได้รับทราบรายงานดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างเดินทางไปตรวจสอบจุดเกิดเหตุ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นักศึกษาที่อยู่ในเหตุการณ์ รายหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะที่นักศึกษากลุ่มนี้ เดินเท้ามาถึง บริเวณใกล้เคียงกับแฟลตคลองจั่นเล็กน้อย ได้มีจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ยามาฮ่า มิโอ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน เข้ามาชะลอใกล้กลุ่มนักศึกษา ก่อนที่คนนั่งซ้อนท้าย จะใช้อาวุธปืน ไม่ทราบชนิด ยิงเข้ามาในกลุ่มนักศึกษาจำนวน 3 นัด ส่งผลให้นักศึกษาได้รับบาดเจ็บ 2 ราย จนล้มทรุดลงกับพื้น ซึ่งขณะนี้มีพลเมืองดีพบเห็นเหตุการณ์ได้นำขึ้นรถกระบะ นำส่งโรงพยาบลใกล้เคียงทำการรักษาเป็นการด่วนแล้ว
ทั้งนี้ นักศึกษาที่เห็นเหตุการณ์ได้เดินทางไปให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ สน.ลาดพร้าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พนักงานสอบสวน สน.ลาดพร้าว ได้สอบปากคำกลุ่มนักศึกษาถึงรูปพรรณของคนร้าย แต่ส่วนใหญ่ให้การว่า สถานที่เกิดเหตุเป็นที่มืดจึงไม่มีใครจำรูปพรรณของคนร้ายได้ จำได้เพียงคนร้ายทั้งสองสวมเสื้อแจ็คเก็ต แต่ไม่เห็นหน้าคนร้ายที่ยิงใส่กลุ่มนักศึกษา
ขณะที่พนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำผู้ที่เห็นเหตุการณ์ กลุ่มนักศึกษายังคงปักหลักปราศัยบริเวณฯด้านหน้าโรงพัก โดยกล่าวโจมตีการกระทำดังกล่าว พร้อมทั้งขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ต่อมา พล.ต.อ.จงรัก จุฑานนท์ รอง ผบ.ตร.ได้เดินทางมาที่ สน.ลาดพร้าว โดยขอร้องให้กลุ่มนักศึกษาเลิกการปราศัยเพราะขณะนี้อยู่ในช่วงรัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉิน ซึ่งนักศึกษาทั้งหมดก็ยินยอมรับฟังและปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าหน้าที่

ด้านพล.ต.อ จงรัก จุฑานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เปิดเผย ความคืบหน้ากรณี นักศึกษารามคำแหง ถูกคนร้ายขับรถ จยย. ยิงใส่ ได้รับบาดเจ็บ 2 รายว่า จากการสอบสวนพบว่าคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด .22 ซึ่งนักศึกษาที่ได้รับบาดเจ็บมี2คน โดยทั้งสองขณะนี้อาการปลอดภัย อยู่ระหว่างการทำแผลที่โรงพยาบาลศรีสยาม ส่วนสาเหตุที่ถูกยิงนั้นอยู่ระหว่างการตรวจสอบว่าเกิดจากสาเหตุใด ซึ่งเป็นไปได้หลายประเด็นรวมทั้ง อาจเกิดจากความรำคาญของชาวบ้าน เนื่องจากนักศึกษากลุ่มดังกล่าว ได้ใช้เครื่องเสียงปราศรัยไปตามเส้นทางอาจสร้างความรำคาญให้ประชาชนจึงคิดก่อเหตุก็เป็นไได้ซึ่งต้องตรวจสอบให้แน่ชัด

ที่มา:http://www.matichon.co.th/

วันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม พ.ศ. 2551

เปิดแผนกระตุ้นศก.ญี่ปุ่น-จีน ตั้งรับเศรษฐกิจโลกถดถอย-วิกฤต

ปัญหาเศรษฐกิจของสหรัฐ ทั้งจากหนี้ประเทศที่โป่งพองไม่หยุด และวิกฤตสินเชื่อ จากแรงปะทุของวิกฤตสินเชื่อที่อยู่อาศัยประเภทด้อยคุณภาพ (ซับไพรม) ซึ่งได้แผ่ขยายผลกระทบไปทั่วโลกอย่างช้าๆ แต่รุนแรง กำลังกระตุ้นให้หลายประเทศ ตื่นตัวตั้งรับกับผลกระทบดังกล่าวในรูปของการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (economic stimulus package) แม้แต่จีน ว่าที่มหาอำนาจแห่งซีกโลกตะวันออกในอนาคตอันใกล้ ซึ่งได้แสดงแสนยานุภาพในทุกด้าน ผ่านการเป็น เจ้าภาพแข่งขันกีฬาโอลิมปิก 2551 อย่างสมภาคภูมิ กลับไม่อาจทนนิ่งเฉย ต่อแรงปะทะของวิกฤตโลกอีกต่อไป อีโคโนมิก ออบเซิร์ฟเวอร์ ของรัฐบาลจีน รายงานอ้างแหล่งข่าววงใน เมื่อ วันจันทร์ที่ผ่านมาว่า รัฐบาลปักกิ่งกำลังพิจารณาแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่อาจมีวงเงินสูงถึง 5.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 3.70 แสนล้านหยวน โดยแผนดังกล่าวจะครอบคลุมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมาตรการลดภาษี คิดเป็นวงเงิน 1.50 แสนล้านหยวน และการใช้จ่ายของภาครัฐ 2.20 แสนล้านหยวนรายงานระบุว่า แผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขัน จาก Central Financial Leading Group หรือคณะเจ้าหน้าที่ระดับสูงจากหน่วยงานเศรษฐกิจสำคัญๆ โดยเป้าหมายในการนำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดนี้ออกมาใช้ ก็เพื่อเติมแรงกระตุ้นให้กับเศรษฐกิจให้ขับเคลื่อนได้ดีขึ้นหลังจากดึงบังเหียนให้เศรษฐกิจชะลอลง จากความร้อนแรงในช่วงที่ผ่านมา ด้วยมาตรการทางการเงินต่างๆ ที่เข้มงวดมากขึ้นเป็นที่น่าสังเกตว่า รายงานของ อีโคโนมิก ออบเซิร์ฟเวอร์ มีขึ้นหลังจากแฟรงก์ กง นักเศรษฐศาสตร์จากเจ.พี. มอร์แกน เชส ได้ระบุในบทวิเคราะห์ ฉบับสัปดาห์ที่แล้วว่า ปักกิ่งกำลังพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ที่อาจมีวงเงินสูงถึง 4 แสนล้านหยวน เพื่อกระตุ้นการเติบโตทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2551 อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน ได้ชะลอลงมาอยู่ที่ 10.4% จาก 11.9% ของปีที่แล้ว อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปัจจุบัน เริ่มมีความวิตกกังวลเพิ่มมากขึ้นว่า การเติบโตที่ชะลอลงของการส่งออก อันเนื่องมาจาก ผลกระทบของภาวะชะลอตัวทั่วโลก จะ ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของจีนในที่สุดนอกเหนือจากจีนแล้ว ญี่ปุ่นเป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีรายงานข่าวออกมาว่า กำลังพิจารณาจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่อยู่หนังสือพิมพ์ ยูมิอุริ ของญี่ปุ่น รายงานเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า นายคาโอรุ โยซาโน รัฐมนตรีฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ได้ส่งมอบร่างแผนกระตุ้นเศรษฐกิจให้แก่นายกรัฐมนตรียาสุโอะ ฟูกูดะ และนายบุนเมอิ อิบูกิ รัฐมนตรีคลังญี่ปุ่น ตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา (22 ส.ค.) โดยคาดว่าแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น จะมีวงเงินสูงประมาณ 7.3 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 8 ล้านล้านเยนรายงานระบุว่า นายกรัฐมนตรีฟูกูดะ ได้สั่งการให้นายโยซาโน จัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ และมาตรการให้ความช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก ตลอดจนเกษตรกร และชาวประมง ที่ได้รับผลกระทบจาก ราคาน้ำมันแพงยิ่งกว่านั้น มาตรการชุดดังกล่าว ยังครอบคลุมไปถึงการลดอัตราค่าโดยสารทางด่วน การให้ความช่วยเหลือคนรุ่นใหม่ที่กำลังหางานทำ และการขยายสวัสดิการบริการสุขภาพให้ครอบคลุมกลุ่มคนสูงอายุ แต่กระนั้น แผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ของนายฟูกูดะกลับมีขนาดเล็กกว่า เมื่อเทียบแผนปฏิรูปเศรษฐกิจ วงเงิน 14.8 ล้านล้านเยน ที่ประกาศในสมัย ของอดีตนายกรัฐมนตรีจูนิชิโร โคอิซูมิ ในเดือนธันวาคม 2545ในช่วงที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาเป็น ประเทศแรกๆ ที่นำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาปรับใช้ เพื่อรับมือกับผลกระทบของวิกฤตสินเชื่อ ภาวะซบเซาของตลาดที่อยู่อาศัยในประเทศ และวิกฤตราคาน้ำมันแพง โดยวงเงินที่สหรัฐใช้ในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งครอบคลุมการคืนภาษีส่วนหนึ่งให้แก่ประชาชน มีวงเงินรวมทั้งสิ้น 1.52 แสนล้านดอลลาร์ ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศฟื้นตัวดีขึ้นในไตรมาสที่ 2 ของปี 2551 แม้ว่าจะต่ำกว่าประมาณการของนักเศรษฐศาสตร์ก็ตามปัจจุบัน เริ่มมีเสียงเรียกร้องจากหลายฝ่ายให้รัฐบาลจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสอง แต่ทำเนียบข่าวได้แถลงการณ์ปฏิเสธข้อเรียกร้องดังกล่าว โดยระบุว่าไม่มีการพิจารณาเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองในขณะนี้อย่างไรก็ดี คริส แวน ฮอลเลน ประธานกรรมการฝ่ายการรณรงค์ประจำรัฐสภาสหรัฐ ของพรรคเดโมแครต คาดว่า นางแนนซี เปโลซี ประธานสภา ผู้แทนราษฎรสหรัฐ จะเสนอร่างมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบสองในเดือนกันยายนการเคลื่อนไหวเพื่อจัดทำแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ ยังเกิดขึ้นในหลายประเทศ อาทิ ในเกาหลีใต้ รัฐบาลโซลได้ประกาศมาตรการกระตุ้นตลาดอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งครอบคลุมถึงมาตรการลดเว้นภาษี แก่บริษัทก่อสร้าง แต่เฉพาะในส่วนที่ดิน ที่มีการจัดซื้อเพื่อการก่อสร้างที่อยู่อาศัยเท่านั้น อีกทั้งยังให้รัฐวิสาหกิจด้านการเคหะ เข้าไปซื้ออพาร์ตเมนต์ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ทั้งที่ขายไม่ออก และขายได้ในราคาต่ำกว่าราคาตลาด เพื่อลดปริมาณที่อยู่อาศัยในระบบ

ที่มา:http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.