
นายนิคม กล่าวว่า หากกฎหมายฉบับนี้ผ่าน นำไปประกาศในราชกิจจานุเบกษา ถึงจะมีผลบังคับใช้ แล้วส่งคืนให้กกต.ดำเนินการ ใช้เวลาอย่างช้าที่สุด 2 เดือน
เมื่อถามถึงแนวคิดการทำประชามติเป็นทางออกแก้ไขปัญหาให้บ้านเมือง รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง กล่าวว่า ตนไม่มั่นใจว่าจะได้ผล เพราะการไปถามประชาชนเอาไม่เอา แล้วใช้เงิน 1,800 ล้าน กลับการที่คืนอำนาจให้ประชาชน ก็เหมือนกัน หากลงประชามติไปแล้ว คนที่แพ้ก็ไม่ยอม จะเกิดความแตกแยกมากยิ่งขึ้น นอกจากแบ่งเป็นภาคแล้วยังแบ่งเป็นจังหวัดอีก
“การลงประชามติควรเป็นเรื่องที่มีผลกระทบต่อประชาชน การทำครั้งนี้แบ่งขั้วชัดเจน จากที่สีเทาๆ กลายเป็นขาวดำ ไม่สมานฉันท์ เป็นการสร้างความแตกแยก” นายนิคม กล่าว และว่า เมื่อเกิดปัญหาความขัดแย้งของคนในชาติ วิธีการแบบนี้ต้องมานั่งทบทวนใหม่ ต้องใช้หลัก ใช้เหตุและผลมากขึ้น
ที่มา:http://www.thairath.co.th/onlineheadnews.html?id=103105
2 ความคิดเห็น:
ที่นายนิคม ไวยรัชพานิช กล่าวมามันก็จริงนะคะ
การลงประชามติครั้งนี้จะทำให้เกิดการแตกแยก
และส่งผลกระทบต่อประเทศเรามากด้วย
ก่อนจะทำอะไรก็อยากให้คิดดูให้ดีๆๆก่อนอ่ะคะ
คนไทยตอนนี้ก็แตกแยกกันมากพอแล้ว
นางสาววาสินี สวัสดิพงษ์
ID:5131601486
SEC2
อย่าทำอะไรที่จะทำให้ประเทศชาติแตกแยกไปมากกว่านี้อีกเลย สงสารประชาชนในประเทศบ้างเถอะ ที่สำคัญถ้าคิดจะทำอะไรควรไตร่ตรอง คิดให้รอบคอบที่สุด เพื่อจะได้ไม่เกิดตามมาทีหลังอีก แค่นี้ก็มีแต่ปัญหาจะแย่อยู่แล้ว สงสารประเทศชาติกันบ้างเถอะ
นางสาวภัทราสิยากร ณ นคร
ID:5131601005 SEC:1
แสดงความคิดเห็น